
17
Jul
จีน
ไปจีนใช้ซิมอะไรดี? อัปเดตล่าสุดเปรียบเทียบทุกค่าย ซิมโรมมิ่ง vs eSIM แบบไหนเน็ตแรง ไม่โดนบล็อกโซเชีย
หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังวางแผนเดินทางไปประเทศจีนก็คือ "ไปจีนใช้ซิมอะไรดี?" เพราะอย่างที่เรารู้กันดีครับว่า ประเทศจีนมีระบบความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวดมาก หรือที่เรียกว่า Great Firewall ซึ่งจะทำการบล็อกแอปพลิเคชันยอดฮิตที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook, Instagram, Google Maps, YouTube หรือแม้กระทั่งความบันเทิงอย่าง Netflix
แต่รู้ไหมครับว่า... ปัญหานี้จะหมดไปทันทีถ้าคุณเลือก "ซิมการ์ดสำหรับท่องเที่ยว" ที่ถูกต้องจากประเทศไทย! เพราะระบบจะทำการ Roaming สัญญาณผ่านเครือข่ายนอกประเทศจีน ทำให้เราสามารถทะลุกำแพงเบราว์เซอร์ไปเล่นโซเชียลไทยได้ปกติโดย "ไม่ต้องต่อ VPN" ให้ยุ่งยากเลยครับ
วันนี้เราจะมาแบไต๋เปรียบเทียบแบบชัดๆ ระหว่าง ซิมโรมมิ่งธรรมดา, eSIM และ Pocket WiFi ว่าแบบไหนจะคุ้มค่าและเหมาะกับทริปจีนของคุณที่สุดมาฝากกันครับ
1. ซิมท่องเที่ยวจากไทย (Travel SIM / Roaming) - นิยมที่สุด สะดวกสุด
นี่คือตัวเลือกอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยครับ เป็นซิมการ์ดแบบ Physical (ซิมพลาสติกธรรมดา) ที่เราสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ตามศูนย์บริการที่สนามบิน หรือช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าก่อนเดินทาง
เมื่อไปถึงประเทศจีนปุ๊บ แค่ถอดซิมเก่าออก ใส่ซิมใหม่ เปิดเมนู Data Roaming ในเครื่อง ก็ใช้งานได้ทันที
แนะนำแพ็กเกจยอดฮิตจาก 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ในไทย
AIS SIM2Fly: เครือข่ายพันธมิตรในจีนคือ China Unicom / China Mobile ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรของสัญญาณ ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางตั้งแต่มหานครใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ ไปจนถึงเส้นทางธรรมชาติลึกๆ อย่างจิ่วจ้ายโกว หรือซินเจียง
True Travel SIM: เครือข่ายพันธมิตรส่วนใหญ่คือ China Mobile ซึ่งเป็นค่ายมือถือที่ใหญ่ที่สุดในจีน สัญญาณ 4G/5G ค่อนข้างแรงและเร็วในเขตเมืองหลวง
dtac GO! อินเตอร์: ปัจจุบันรวมเครือข่ายสัญญาณเดียวกับ True มีแพ็กเกจเอเชียราคาประหยัดให้เลือกใช้งานเช่นกัน
จุดเด่น: ใช้งานง่ายมาก ไม่ต้องตั้งค่าอะไรซับซ้อน เล่นโซเชียลไทยได้ 100% โดยไม่ต้องเปิดแอป VPN
จุดสังเกต: ต้องคอยสลับถอดซิมการ์ดหลักออก ทำให้เสี่ยงต่อการทำซิมเดิมสูญหายระหว่างเดินทาง
2. eSIM สำหรับเที่ยวจีน (ไม่ต้องถอดเปลี่ยนซิม)
สำหรับใครที่ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ (เช่น iPhone 11 ขึ้นไป หรือ Samsung Galaxy ตระกูล S/Note รุ่นใหม่ๆ) eSIM คือทางเลือกที่ตอบโจทย์และกำลังมาแรงที่สุดครับ มันคือซิมดิจิทัลที่ฝังอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปเดินหาซื้อซิมพลาสติกมาเปลี่ยนให้วุ่นวาย
วิธีการใช้งาน eSIM
เลือกซื้อแพ็กเกจ eSIM สำหรับเที่ยวจีนผ่านหน้าเว็บหรือแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์
ระบบจะส่ง QR Code มาให้ทางอีเมล
สแกน QR Code เพื่อเปิดใช้งาน (Activate) บนมือถือตั้งแต่อยู่ที่ประเทศไทย
เมื่อเครื่องบินแลนดิ้งถึงประเทศจีน ให้เข้าไปกดสลับเปิดใช้สัญญาณไลน์ eSIM นี้คู่กับสัญญาณหลักได้ทันที
จุดเด่น: ซิมหลักไม่หาย สั่งซื้อปุ๊บได้ปั๊บแม้จะอยู่หน้าเกตก่อนขึ้นเครื่อง สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ราบรื่นและเล่นโซเชียลไทยได้โดยไม่ต้องเปิด VPN เช่นเดียวกับซิมธรรมดา
จุดสังเกต: สมาร์ทโฟนของคุณต้องรองรับระบบ eSIM เท่านั้น และต้องติดตั้งให้เรียบร้อยในจุดที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (แนะนำให้ทำจากที่ไทย)
3. Pocket WiFi (เหมาะสำหรับสายทำงาน หรือมากันเป็นกลุ่ม)
หากคุณเดินทางเป็นครอบครัว มีผู้สูงอายุที่ตั้งค่ามือถือไม่เก่ง หรือจำเป็นต้องพกพาคอมพิวเตอร์ Laptop ไปนั่งทำงานระหว่างทริป การเช่าเครื่อง Pocket WiFi จากไทยไปจีนก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีครับ
จุดเด่น: แชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตให้เพื่อนร่วมทริปได้หลายคนพร้อมกัน ไม่เปลืองแบตเตอรี่มือถือจากการเปิด Hotspot (เก็บแบตเตอรี่ไว้ถ่ายรูปสวยๆในทริปเถอะครับ)
จุดสังเกต: ต้องคอยชาร์จแบตเตอรี่ตัวเครื่อง Pocket WiFi ตัวเครื่องค่อนข้างมีน้ำหนัก และที่สำคัญคือ "ต้องเดินอยู่ใกล้ๆ กัน" หากเดินแยกกันในตลาดหรือสถานที่ท่องเที่ยว สัญญาณจะตัดทันที
ไม่ว่าจะเลือกใช้ซิมประเภทไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การวางแผนสำรอง" เสมอครับ แนะนำให้พก Power Bank ขนาดไม่เกิน 20,000 - 32,000 mAh (ตามกฎสนามบิน) ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะการเปิดแผนที่และใช้เน็ตโรมมิ่งที่จีนค่อนข้างกินแบตเตอรี่มือถือพอสมควร
สุดท้ายนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกซิมที่เหมาะกับทริปของตัวเองได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอให้เดินทางท่องเที่ยวประเทศจีนอย่างสนุกสนาน ราบรื่น และเน็ตแรงไม่มีสะดุดตลอดทริปครับ
หากมีข้อสงสัยตรงไหนเพิ่มเติม สามารถAdd Line พูดคุยกับเราได้เลยนะครับ
ไลน์: https://line.me/R/ti/p/@113jgxeb?ts=04211228&oat_content=url
